รบกวนด้วยคับกะทู้นี้ผมถามไว้ในเจแซดกับa31คับ สืบเนื่องจากจะเอารถหนีน้ำท่วมคับ ตอนนี้รถอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว แต่ก่อนหน้าจะย้ายรถ รถถูกจอดตากแดดตากฝนมา4-5วันโดยมีผ้าคลุมรถคลุมอีกชั้นนึง สภาพตอนที่จะไปย้ายรถเปิดผ้าคลุมออกมาเหมือนข้างในชื ้นๆเพระฝนตกหนักรถเลยโดนอบอยู่ในนั้น สตาทครั้งแรกยาวไม่ติด ครั้งสองติดแต่ดับ ครั้งสามติดเลยวิ่งมารอขึ้นเทลเลอ พอดับเครื่องจะสตาทขึ้นเทรเลอไม่ติดพยายามอยู่หลายคร ั้งรวมถึงพ่วงแบต ก็ไม่ติด ทิ้งสักพักลองอีกครั้งถึงติด เลยขับขึ้นเทรเลอมาได้ พอเลยจุดน้ำท่วม สตาทจะเอาลงจากเทรเลอ สตาทอยู่อีกหลายครั้งกว่าจะติด พอติดก็เอาลงจากเทรเลอ และขับมาจอดในที่ที่ปลอดภัย(ขับมาปะมาณ200กว่ากม.จาก สุพรรณ-ลาดหลุมแก้ว-ต่างระดับบางปะอิน-วังน้อย-เลี่ยงเมืองสระบุรี-ไปลพบุรี-เข้าเส้นพระบาท)ขับมาได้ปกติ เช้าเลยลองสตาทใหม่ เหมือนเดิมคือติดยาก ติดแล้วดับ แต่พอติดแล้วไม่ดับก็วิ่งได้ปกติ ผมควรไล่ดูตรงจุดไหนคับ บอกตามตรงหัวเทียนยังถอดไม่เป็นเลยคับขับอย่างเดียว เครื่อง2เจโบคับก่อนหน้าที่จะไปจอดตากแดดรถจอดในที่ร ่มตลอดและไม่เคยมีอาการแบบนี้เลยคับ ทีเดียวติดตลอด หรือใครพออธิบายได้ก็ช่วยๆหน่อยคับ ใจอยากถอดหัวเทียนออกมาทำความสะอาดนะคับ ส่วนผมเติมน้ำมัน95โซฮอล มาสองครั้งหลังน้ำมันถูกลงเลยเติม91สลับบ้างคับ แก๊สไม่ได้ติดคับ อัพข้อมูลเพิ่มคับ ก่อนหน้านี้ปกติสตาทไม่เกิน2-3วิทีเดียวติด แต่ตอนนี้สตาทลากยาวๆมากๆคับ เหยียบคันเร่งช่วยก็บรอด แต่ถ้าติดแล้วบางทีกรอคันเร่งแปบนึงจะติดยาวเป็นปกติ แต่ถ้าดับแล้วสตาทจะเป็นอีกเหมือนเดิม อัพเพิ่มแจ้งความคืบหน้าคับ เมื่อกี้ลองสตาทโดยบิดสวิตเปิด-ปิดก่อนสตาท5ครั้ง(อ่านเจอที่พี่เคเคยเขียนไว้) ปรากฎว่าครั้งเดียวติดเลยครับฟรีทิ้งไว้สักพักและดับ เครือง และทิ้งไว้อีกพักสตาทใหม่เลยไม่ติด เลยลองบิดกุญแจเปิดปิดอีก5ครั้ง ครั้งที่6ติดแต่บรอด ครั้งที่7ติดเป็นปกติ อาการแบบนี้ใช่ปั๊มติกเสียหรือป่าวคับ -ถ้าเครื่องร้อนแล้วปั๊มติกเสียอาการสตาทเป็นแบบไหนคั บ -ปกติบิดกุญแจเปิดนี่เราจะได้ยินเสียงปั๊มติกทำงานใช่ ไหมคับ ผมไม่เคยสังเกตนะคับ -ถ้าปั๊มติกเสียจิงมีวิธีเช็คปั๊มติกอย่างง่ายๆไหมคับ หรือดูค่าa/fจากobdได้ไหม -ปั๊มติกซ่อมได้ไหมคับถ้าเปลี่ยนเองยากไหมคับ ถ้าผิดกติกาห้องขออภัยด้วยคับ <!-- / message --> <!-- / message --><!-- / message -->
fpcก็คือรีเลย์ปั๊มติกซึ่งการทำงานของมันก็คล้ายๆรีเลย์ปั๊มติ๊กหรือเราจะเรียกว่ากล่องคุมปั๊มติกก็แล้วแต่เพราะที่ตัวมันจะมีการเอาสัญญาณจากกล่องecu มาคุมการทำงานของมันอีกทีนึง ถ้าบางคันวางเจแต่ไม่มีตัวนี้ก็ไม่แปลกคับ ช่างบางคนจะใช้รีเลย์ธรรมดา2ตัวต่อเอา แต่ข้อดีของตัวนี้เท่าที่หาข้อมูลมา คือเวลาเกิดอุบัติเหตุ ทำให้เครื่องยนต์ดับ ปั๊มติ๊กจะหยุดทำงานไปด้วย เพื่อป้องกันการเกิดไฟไหม้ได้ครับ ซึ่งวงจรรุ่นเก่าไม่มีครับผม ตรงนี้ผมคัดลอกมาจากเวบjzนะคับ เพราะเข้าไปหาข้อมูลบ่อยนะคับ
ลองดูที่ วาล์วกักแรงดันน้ำมันตัวบน ด้วยนะครับ อาการแบบนี้ใกล้เคียงมาก ของมือสองไม่กี่ร้อยบาท ลองถอดสลับดูก่อนก็ได้ ไปหาอู่ทั่วไปที่พอจะมีเครื่องเจ ให้เค้าลองเปลี่ยนดูให้ครับ เปลี่ยนง่าย ค่าแรงค่าของไม่น่าเกิน 500-1000 ต้องถามราคาดูก่อนทำนะครับ แต่ระวังถ้าอู่ไม่รู้จัก จะโดนร่ายยาว เพราะคุณไม่มีความรู้ ถ้าลองแล้วไม่หาย อย่าให้ไปเปิดงานจุดอื่น เดี๋ยวบานครับ ขอกลับออกมาตั้งหลักก่อนแล้วค่อยๆ ไปทำตามที่พี่ๆ แนะนำ
ตัวFPC ที่ว่านี่คือว่ารีเลย์เปิดวงจรครับ(circuit openning relay) ที่ตัวรีเลย์จะมีเขียนไว้ มี 5 ขั้ว หน้าที่ของรีเลย์ตัวนี้คือ ควบคุมการจ่ายไฟให้ปั๊มติ๊ก ซึ่งทำงานภายใต้2เงื่อนไขครับ 1. ตอนบิดกุญแจสตาร์ทเครื่อง ใช้ไฟไฟเลี้ยงจากสวิทซ์กุญแจมาควบคุม 2. ตอนเครื่องยนต์ทำงาน เมื่อมีสัญญาณการหมุนของรอบเครื่อง หรืออากาศไหลผ่านแอร์โฟล์ แล้วกล่องECUจะส่งสัญญาณมาให้รีเลย์จ่ายไฟให้ปั๊มติ๊ก ทำงานตามข้อ1ตอนสตาร์ท เมื่อเครื่องติดก็จะทำงานตามข้อ 2 เมื่อเครื่องดับ รีเลย์ตัวนี้ก็จะหยุดจ่ายไฟให้ปั๊มติ๊กตามเงื่อนไขข้อ2ครับ การใช้รีเลย์2ตัว ก็เหมือนกับการทำงานข้อ 1 กับ 2 ครับ แต่ใช้ FPCจะดีกว่าครับ เพราะมีวงจรตัวเก็บประจุอยู่ภายใน ช่วยให้ไม่เกิดไฟกระชากในวงจร และหน้าสัมผัสภายในทนกระแสไฟได้ดีครับ การทดสอบปั๊มติ๊กอย่างง่ายๆสามารถทำได้โดยการต่อไฟตรงให้ปั๊มติ๊ก โดยไม่ผ่านรีเลย์ครับ ทำได้ที่ขั้ว B(ไฟบวก12โวลต์ ตรงจากแบตเตอรี่) กับ FP (สายไฟขาเข้าปั๊มติ๊ก) ที่ปลั๊กตรวจสอบสีดำที่เขียนว่า Diagnosis แต่ไม่แนะนำครับ เพราะถ้าช่างไม่ได้ต่อปลั๊กนี้ไว้สมบูรณ์ หรือ ช๊อตขั้วผิดละก็ งานเข้าครับเพราะในปลั๊กตัวนี้มีหลายขั้วครับ