ภาพบนแพส่วนใหญ่ คุภรรยาเธอจะถ่ายเล่น มีภาพเพื่อนเราค่อนข้างน้อย เอาท่าที่มีก็แล้วกันนะ ขึ้นมาถึงก็ลอกคราบ นอนแผ่ เพราะตากแดดบนกระบะหลังถ่ายรูปมาตลอดทาง มีนายแป๋มมานั่งพัดนั่งโบก คงกลัวผมจะเป็นลม นั่งพักกันสะบายๆก่อน เริ่มตั้งวงเหล้าแล้ว เอ่อ น่าสงสาร ไอ้เสือมันหายไปไหนวะ เริ่มออกเดินทาง
กินเหล้าไปกำลังเพลิน เอ๊ะนั่นอะไร อ่าาาาาา อ่ออออออ ช่างหัววงเหล้าปะไร ซัดส้มตำรองท้องก่อนดีก่า ชิวๆริมน้ำข้างแพ กับส้มตำเรือหางยาว เอ่อ.....
ท้องอิ่มก็มาจิบเหล้าต่อ ตงนี้แหละที่ทำให้เมียรักเมียหลง เอิ้กส์ๆๆๆ ให้เธอจงมาซบลงที่พุงฉาน อย่าอิจฉานะ โคตรมีความสุขกับทริปนี้เลย
ซักพัก แพก็จอดให้พวกเราขึ้นไปเที่ยววัดกัน ดีนะที่ยังไม่เมามาก พอขึ้นไหว ถ่ายรูปกับน้องๆที่ไปด้วยกัน เจ๊โจ้วิ่งมาแจม ทางรถไฟสวยๆ
ทุ่มทุนสร้าง เอาตัวลงนอนนาบทางรถไฟ(ร้อนอิ๊บอ๋าย) กว่าจะได้ภาพนี้ ทางทอดยาวไปไกล เหมือนทางเดินพวกเราที่ต้องก้าวไปไม่มีที่สุด อ้าวอะไรอ้วนๆดำๆมันเปลี่ยนบรรยากาศหว่า
ทิวทัศน์แม่น้ำแคว จากมุมสูง เพียงเท่านี้ก็คู้มค่าแก่การดั้นด้นปีนขึ้นมาแล้ว ขาลงนี่สิ เข่าเริ่มอ่อน นี่ถ้ากลิ้งลงไปคงไม่ต่างจากลุกขนุนกลิ้งตกเขาแหง๋มๆ ร่องรอยที่ทหารญี่ปุ่นทิ้งใว้ ตกเย็นแล้ว รีบลงแพดีกว่า เดี๋ยวจะถึงจุดจอดแพมึด
มาถึงแพ ผมก็แผ่อีกรอบ โดยมีเจ้าแป๋ม มานั่งพัดให้เช่นเคย(ก็มันบอกว่าสองร้อยทั้งวันนี่หว่า) ฟ้าเริ่มจะหมดแสง แต่เสียงแห่งความสนุกสนานกลับเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้าแล้ว แต่เวลาแห่งความสนุกสนานของค่ำคืนเพิ่งจะเริ่มต้น
เดี๋ยวมาต่อกับปาร์ตี้สุดเหวี่ยงบนแพ ที่ใครพลาดเป็นต้องเสียดาย แต่ยังไงเราก็ยังยืนยันที่จะสร้างความสุขสนุกสนานเช่นนี้อีกอย่างแน่นอน เพราะรับปากกับทุกๆคนที่ไปใว้แล้ว รอชม ภาคห้า