กระทู้แบบนี้เคยมีคนถามไปแล้ว ลองไปหาๆดู ในส่วนตัวผมคิดว่า วิศวกรออกแบบรถยนต์ออกเพลากลางแบบเป็น 2 ท่อนให้ยุ่งยาก และเพิ่มต้นทุนให้สูง เพื่ออะไร ถ้าใช้ท่อนเดียวแล้วไม่มีปัญหาอะไร ลองไปดูรถบรรทุกที่กระบะยาวๆ บางคันมีมากกว่า 2 ท่อนด้วยซ้ำ เครื่อง เกียร์ให้ตัวได้ แพท้ายให้ตัวได้ ตัวถังรถบิดตัวได้ ระบบส่งกำลังก็ต้องให้ตัวได้ด้วย
เอาเท่าที่รู้ น่ะแต่อาจจะไม่ 100 % ท่อนเดียว -ส่งกำลังได้เร็ว 2 ท่อน เพราะจากเกียร์ไปกากะบาทแล้วถึงเฟืองท้ายเลย -ซ่อมบำรุงน้อยกว่า ถูกกว่า ข้อเสียคือ -ถ้าในรถที่ช่วงยาว ๆ ระหว่างเกียร์กับเฟืองท้ายจะมีการแกว่งและบิดตัวตัวในรอบสูงๆ (เหมือนเราลองจับท่อ PVC หัว-ท้ายแล้วลองหมุนพร้อมดู มันจะมีการห้อยตัว ) -เมื่อใช้ไปนานๆหรือรถที่มีแรงบิดสูงๆอาจเกิดขาดแล้วความเสี่ยงคือ สามารถฟาดแล้วทำให้รถพลิกคว่ำได้ อันตรายกว่าครับ ส่วน 2 ท่อน -อาจส่งกำลังช้าหน่อยเพราะจาก เกียร์ไปกากะบาท ตัวที่ 1 ไปกากะบาทเพลาท่อนที่ 2 ไปเฟืองท้าย จะมีช่วงต่อมากกว่า 1 ท่อน -แกว่งหรือกระพือน้อยกว่าเพราะระยะเพลาแต่ละช่วงจะสั้น ไม่เกิดการบิดตัวเมื่อแรงบิดสูงๆ (ในทางกลับกันถ้าเพลายาวแบบ 1ท่อน แล้วคำนวน องศาระหว่างเกียร์ มาเฟืองท้ายดีๆ หรือ องศาไม่เยื้องศูนย์กันมากปัญหาตรงก็อาจจะไม่มีก็ได้ครับ) ข้อเสียคือ -ซ่อมบำรุงก็จะมากกว่า (แต่ตรงนี้ผมว่าหลายๆคนไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าไรหรอก เพราะส่วนมากถ้าไม่พังหรือไม่ขาดก็ไม่มีใครซ่อมกันทั้งนั้น มีแต่ดูทีก็พังเลยซ่ะมากกว่า) **** สรุปง่ายๆ จะ 1 ท่อน หรือ 2 ท่อน ถ้าเราใช้งานแล้วไม่มีปัญหาอะไร ก็ใช้ได้หมดครับ ไม่จำเป็นต้องอย่างว่าเสมอไป ผมว่ามันอยู่ที่ช่วงเกียร์กับเฟืองท้ายของรถแต่ละรุ่นมากกว่าครับ เพราะระยะมันสั้น-ยาวไม่เท่ากัน ประมาณนี้ครับ
จริงๆแล้ว เพลากลางท่อนเดียว จะดีสำหรับรถแรงม้าสูงๆ แต่จะทำยากหน่อย ต้องถ่วงหาศูนย์ให้นิ่งมากๆ จึงทำให้หาร้านทำยากเช่นเดียวกัน ส่วนเพลากลางเดิมๆ เป็น2ท่อน ก็จะสะดวก ง่ายต่อการแก้ไข แต่ตุ๊กตากลางจะขาดง่าย ถ้ามีการดัดแปลงเครื่องยนต์เพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นควรเลือกดูให้เหมาะสมกับรถของเราดีกว่าครับ ....