ขออนุญาต...เจ้าของบทความ คัดลอกเอามาลงเผื่อเป็นประโยชน์แก่สมาชิกของชมรมฯ หวังว่า คงไม่ขัดข้อง นาคร๊าบบบบบบบบบ.. :biggrin: :biggrin: :biggrin: พระเอกของเราก็คือเจ้า Nissan Nismo Skyline GT-R Z-tune (Z2) ครับ แต่ก่อนจะไปดูรายละเอียดว่ามันมีอะไรดีกว่า R34 GT-R ธรรมดาบ้าง เราไปดูประวัติความเป็นมาของมันกันก่อนดีกว่า Nismo Z-tune นั้น เคยออกมาครั้งหนึ่งแล้วตอนปี 2000 ซึ่งตอนนั้นใช้รหัสว่า Z1 ในฐานะรถต้นแบบ โดยได้มีการเปิดตัวในงาน NISMO Festival
และไอ้เจ้าคัน Z1 นั้นแหละ ที่เป็นคันต้นแบบซึ่งเน้นไปที่การแข่งขันแบบเรียกได้ว่าแทบจะไม่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอะไรเลย... ในปีต่อมาทาง Nismo ได้มีความคิดริเริ่มที่จะทำให้เจ้า Z1 เนี่ย มีความเป็นรถถนนที่ใช้งานได้ง่ายขึ้น โดยการปรับช่วงล่างให้นุ่มขึ้น ภายในเบาะหุ้มด้วยหนัง มีระบบปรับอากาศ ใส่ catalyst ลงไป นอกจากนี้เครื่องยนต์ยังมีการเปลี่ยนรหัสใหม่ จาก Z1 เป็น Z2 และหลังจากนั้นทาง Nismo ก็ได้เริ่มวิ่งทดสอบเครื่องยนต์และเก็บข้อมูลเพื่อนำไปปรับปรุงให้ Z2 มีความเหมาะสมกับการใช้งานทั่วไปมากขึ้น
การวิ่งทดสอบกับคันต้นแบบได้ดำเนินไปเรื่อยๆ จนในที่สุดก็แล้วเสร็จในปี 2003 หลังจากที่ได้ไปวิ่งอยู่ในสนาม Nurburgring อยู่หลายเดือน และแล้วทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี... นอกจากนี้ทาง Nismo ยังได้มีการนำเครื่อง Z2 ไปใช้ในรถแข่งเพื่อทำการแข่งขันรายการ Nurburgring 24 hour Endurance Race และจากไอ้การแข่งขันมาราธอนท้าความอึดทั้งคนและเครื่องนี่แหละ ที่เป็นบทพิสูจน์ที่ดีที่สุด... ผลที่ออกมาก็คือรถคันที่ใส่เครื่อง Z2 ลงไปนั้นสามารถคว้าที่หนึ่งในรุ่นของมันเอง และคว้าที่ 5 overall มาครองได้สำเร็จ ซึ่งนั่นก็เท่ากับว่าเครื่อง Z2 ได้พิสูจน์ตัวเองแล้สว่า มีคุณสมับติ บาง- เหนียว สามารถให้ความเสียวกับผู้ใช้ได้เป็นเวลานาน โดยไม่ต้องกลัวแตกกลางคันให้เสียอารมณ์
เมื่อการทดสอบทุกอย่างเสร็จสิ้น ทาง Nismo จึงได้มีโครงการที่จะผลิต GT-R Z-tune (Z2) ออกมาขาย ในแบบ limited edition... อย่างไรก็ดี เราก็รู้ๆ กันอยู่ว่า ทาง Nissan ได้เลิกผลิตเจ้า R34 GTR ไปตั้งแต่ปี 2000 ทำให้ทาง Nismo จำเป็นต้องหา GT-R R34 มือสองมา modify แทน แต่ทาง Nismo ก็มีข้อแม้ว่า รถที่จะมา Modify นั้นจะต้องเป็นรถที่ตัวถังไม่เคยได้รับความเสียหายมาก่อน ไม่ว่าจะเชี่ยวชนเพียงเล็กน้อยแค่ใหนก็ไม่เอาทั้งสิ้น นอกจากนี้ รถยังต้องวิ่งมาไม่เกิน 18000 km เท่านั้น มากกว่านี้ก็ไม่เอา... เมื่อได้รถมาแล้วทาง Nismo ก็จะจับมาชำแหละใหม่หมดทั้งคัน (น่าน... จะเอาแต่รถไม่มีตำหนิ... แล้วก็เอามาชำแหละซะงั้น...)
เรามาดูขั้นตอนการชำแหละกันดีกว่า... เริ่มจากภายนอกนั้นจะได้รับการตกแต่งด้วยชุดแต่ง wide-body ของ Nismo รอบคันโดยวัสดุทุกชิ้นทำมาจาก carbon-fiber ไม่ว่าจะเป็นฝากระโปรงหน้าที่มีช่องระบายความร้อนจากเครื่องยนต์ กันชนหน้า โป่งล้อหน้าแบบ over fender, side skirt และ กันชนหลัง... อย่างไรก็ดี rear diffuser จะถูกถอดออกไป เพราะแผ่น diffuser มันดันไปติดระบบ oil cooler ที่อยู่ใต้ท้องรถด้านหลัง
แน่นอนว่าภายในก็ได้รับการตกแต่งใหม่ไปด้วย สงสัยกลัวคนนั่งจะไม่รู้ว่ามันพิเศษ โดยเอาเบาะเดิมไปหุ้มหนังดำแดง เดินด้ายแดง ทั้งเบาะด้านหน้าและหลัง (ออกมาดูลิเกสุดๆ) ส่วนพวงมาลัยเดิมของ R34 GT-R ที่มันสวยอยู่แล้วนั้น คาดว่าคงสวยเกินไป เลยไปเอาพวงมาลัยของ Nissan รุ่นไหนก็ไม่รู้มาใช้แทน นำไปหุ้มหนังกลับดำแดงบนพวงมาลัยเพื่อให้ลิเกเข้ากันกับเบาะ จอ MFD ได้รับการ upgrade ในส่วนของ program โดยไปใช้ของ Nismo ที่สามารถวัดค่าอะไรหลายๆ อย่างได้มากขึ้น แล้วก็เปลี่ยนหน้าปัดวัดความเร็วไปใช้แบบที่มี scale ถึง 320 km/h แบบพื้นขาวแทน
ยังไม่หมดครับ จากนั้นก็เปลี่ยนปั้มน้ำมันเครื่อง เพื่อให้สามารถใช้งานในรอบสูงๆ ได้อย่างไม่ต้องกลัวพัง ปรับปรุงระบบท่อไอดี และ intake ใหม่ทั้งหมด กล่องกรองอากาศถูกออกแบบใหม่เพื่อให้ดักอากาศได้มากขึ้น หลังจากนั้นก็เปลี่ยน turbo ใหม่ ไปใช้ของ Nismo เอง แต่ยังเป็น twin turbo เหมือนเดิมเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานแบบ street use เมื่อเปลี่ยน turbo ใหม่ ระบบระบายไอเสียก็ต้องถูกเปลี่ยนใหม่เช่นกัน โดยตั้งแต่ header ไล่ไปจนถึงท่อไอเสียท้ายรถนั้นถูกเปลี่ยนไปใช้ของ Nismo เอง เพื่อให้อากาศมันระบายออกได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ท่อไอเสียตั้งแต่หลัง cat ไปนั้นเป็น titanium ทั้งเส้น ซึ่งน้ำหนักเบากว่าท่อเดิมๆ อยู่หลายกิโล
Cooling system ก็ถูกปรับปรุงใหม่ทั้งหมดเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น oil cooler หรือ intercooler ต่างก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมดเพื่อรองรับกับความแรงที่เพิ่มมากขึ้น และผลที่ได้จากการปรับปรุงครั้งนี้ก็คืแรงม้ารวมทั้งหมด 500 bhp @ 6800 rpm กับแรงบิด 540 Nm @ 5200 rpm ...ถึงตอนนี้ ท่านผู้อ่านบางท่านอาจรู้สึกว่ามันน่าจะแรงกว่านี้รึเปล่า? ใช่ครับ สำหรับรถแต่งระดับนี้ 500 แรงม้าอาจจะดูไม่มากนักเมื่อเทียบกับของที่ใส่ลงไป (ก็แรงม้าน้อยกว่า Z1 อยู่ร่วมร้อยตัวนี่นา) แต่อย่าลืมว่าความเหนียวและทนนี่ไม่ต้องห่วง เพราะถึงขนาดผ่านรายการ Endurance มาได้แล้วนี่ แสดงว่าไม่ธรรมดาแน่นอน อึดทนเล่นได้ทั้งคืน รับประกันว่าไม่มีแตก หรือล่มปากอ่าวแน่นอน
มาต่อกันที่ระบบส่งกำลังดีกว่า ซึ่งก็ได้รับการปรับปรุงใหม่หมดเช่นกัน เพื่อให้แรงม้าทั้งหมดลงสู่พื้นได้เต็มๆ clutch ถูกเปลี่ยนไปใช้แบบ twin plate ทองแดงผสมของ Nismo แน่นอนว่า flywheel ก็ด้วยเช่นกัน เกียร์และเฟืองท้ายก็ได้รับการ set ใหม่หมด นอกจากนี้ เพลากลางก็ถูกเปลี่ยนใหม่เป็นแบบที่ทำจาก carbon-kevlar เพื่อความเบาและทนทาน เมื่อความแรงมากขึ้น ช่วงล่างและระบบเบรกก็ต้องได้รับกาปรับปรุงให้เหมาะสมกับความแรงที่มากขึ้นด้วยดเช่นกัน โดย Nismo ได้ร่วมมือกับ SACHS บริษัทที่ผลิตโช้คอัพให้กับทีม F1 อย่าง Ferrari โดยโชคอัพตัวนี้ สามารถปรับค่าของโช้คอัพได้ 3 ทิศทาง และยังสามารถปรับความสูงต่ำของรถได้อีกด้วย ซึ่งโช้คอัพตัวนี้ได้ผ่านการพิสูจน์ตัวเองมาแล้วจากรายการ GT500 ว่าสามารถสร้างความสนิทสนมกับพื้นโลกได้เป็นเป็นอย่างดี ไม่หวั่นแม้วันมามาก
ระบบเบรกนั้นไม่ต้องคิดมากให้เมื่อยสมอง เพราะผูกขาดอยู่เจ้าเดียวเหมือนรัฐบาลบางประเทศ กับผู้ผลิตนามว่า Brembo โดยงานนี้ทาง Nismo และ Brembo ได้ตกลงร่วมมือกันว่าจะผลิตเบรกที่สามารถสร้างแรง G ได้มากถึง 1.6 G เมื่อรถคันนี้ใส่ยาง slick และเหยียบเบรกจนสุด โดย caliper brake ด้านหน้าเป็นแบบ mono block 6 pistons พร้อมจานเบรกที่พัฒนามาร่วมกับ KIRYU แบบสองชิ้นขนาด 365 มม. ใหญ่สะใจวัยสรุ่น ส่วนด้านหลังนั้นเป็นจานเบรกเป็นแบบชึ้นเดียวขนาดใหญ่ไม่น้อยหน้าที่ 355 มม. สุดท้าย ระบบ ABS ก็ได้รับการปรับปรุงใหม่หมดเพื่อให้เหมาะสมกับเบรกใหม่ และความแรงที่เพิ่มขึ้น และนั่นก็รวมไปถึงการ tuned ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ ATTESA ET-S Pro และ Active LSD ใหม่ด้วย เพื่อให้ระบบทุกระบบทำงานได้สอดคล้องกัน และสามารถถ่ายทอดแรงม้ากับแรงบิดที่เพิ่มมากขึ้นไปสู่ล้อได้อย่างพอดี เพื่อการความคุมที่สมบูรณ์แบบที่สุด
Nissan Nismo Skyline GT-R Z-tune (Z2) นั้นจะถูกผลิตออกมาทั้งหมด 20 คันเท่านั้นครับ และได้เปิดให้จองกันไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ด้วยราคาแถวๆ 170,000 $ ไม่รวมภาษีนำเข้าของแต่ละประเทศ แถม Factory Warranty มาให้อีก 1 ปี 10,000 km. สนนราคาระดับนี้ เข้าบ้านเราต้องมีสักเกือบๆ 20 ล้านบาท และในบ้านเรา โอกาสเห็นตัวเป็นๆ ก็คงหมดสิทธ์ตามฟอร์ม เพราะว่าแย่งกันจองหมดไปตั้งนานแล้วว... สรุปรายการแต่ง: Engine: RB26DETT Z2, bored up to 2.8L Power: over 500 HP Torque: over 400 lb-ft Tires: Bridgestone Potenza RE55S Wheels: VolkRacing Nismo GT4 GT500 Edition Clutch: Super Coppermix Twin Suspension: Sachs 3-way coilover Brakes: Brembo 6P brakes Carbon Fiber widebody Carbon Fiber propeller shafts Active LSD Titanium Exhaust IHI turbine Nismo 320km/h white gauges Multi Function Display, data logger, and whole bunch of internal engine mods, suspension mods, interior mods, etc... 1 year 10,000 kms factory warranty.
:biggrin: เรียบร้อยสำหรับ Z2 ม้าลงพื้นกว่า 500 ตัว ก็โอแล้วหน่ะครับ...แค่นี้ก็หารถเปรียบได้ยากแระ เอิ๊กๆๆๆ
เอามาลงอีกเยอะๆนะครับ บทความดีๆมีประโยชน์แบบนี้ ปล.รถรุ่นนี้ผมขอยืนยันนะครับว่า บ้านเรามีตัวเป็นๆแน่นอนครับ เห็นมาแล้วกับตา