[TABLE cellSpacing=5 cellPadding=0 width=567 border=0][TBODY][TR][TD vAlign=top>คอเหล้าขาวกระอักบวกภาษีอีกเท่าตัวบุหรี่ขึ้นราคา1-3บ.[/TD][/TR][TR][TD vAlign=top>29 สิงหาคม 2550 01:34 น.[/TD][/TR][TR][TD class=Text_Story vAlign=top><!-- ครม.ไฟเขียวปรับเพิ่มภาษีเหล้าขาวเท่าตัว รีดภาษีบุหรี่เต็มเพดาน หวังสกัดขี้เมา-สิงอมควัน ด้านผู้ประกอบการเตรียมหารือปรับราคา ติงรัฐไม่จริงใจในการขึ้นราคาเหล้าขาว ขณะที่ศูนย์วิจัยปัญหาสุราระบุรัฐสร้างภาพลวงตาในการขึ้นภาษี เพราะขึ้นไม่เต็มเพดาน นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้มีการปรับอัตราภาษีสุราและยาสูบ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการควบคุมการบริโภคสุราและยาสูบให้อยู่ในระดับเหมาะสม และทำให้สะท้อนถึงความแรงของแอลกอฮอล์มากยิ่งขึ้น กระทรวงการคลังจึงดำเนินการปรับขึ้นอัตราภาษีสุราและยาสูบ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ทันที ทั้งนี้ การปรับภาษีดังกล่าว ได้แก่ 1.สุราขาว จากเดิมจัดเก็บภาษีตามมูลค่าในอัตรา 25% และอัตราตามปริมาณ 70 บาทต่อลิตรแห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ เพิ่มขึ้นเป็นคิดตามมูลค่า 50% และเก็บตามปริมาณเพิ่มเป็น 110 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกสุราขาว 28-40 ดีกรี ขนาด 0.625 ลิตร เพิ่มขึ้นประมาณ 9-12 บาทต่อขวด 2.สุราผสม จากเดิมเก็บภาษีในอัตรา 50% และเก็บตามปริมาณ 240 บาทต่อลิตรแห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์นั้น ได้ปรับเพิ่มในส่วนของการเก็บตามปริมาณเป็น 280 บาทต่อลิตรแห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ ส่งผลให้ราคาขายปลีกสุราผสม 28-35 ดีกรี ขนาด 0.625 ลิตร เพิ่มขึ้นประมาณ 9-12 บาทต่อขวด 3.สุราพิเศษประเภทบรั่นดีจากเดิมเก็บภาษีตามมูลค่าในอัตรา 40% และจัดเก็บตามปริมาณ 400 บาทต่อลิตรแห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ เพิ่มเฉพาะในส่วนของการจัดเก็บตามมูลค่าเป็น 45% ส่วนตามปริมาณคงเดิม ส่งผลให้ราคาขายปลีกบรั่นดี 38-40 ดีกรี ขนาด 0.640 ลิตร เพิ่มขึ้นประมาณ 0-91 บาทต่อขวด 4.ปรับเพิ่มค่าแสตมป์ยาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรต จากเดิมจัดเก็บตามมูลค่าที่ 79% เพิ่มเป็น 80% เต็มเพดาน ส่งผลให้ราคาขายปลีกบุหรี่ในประเทศเพิ่มขึ้นประมาณ 1-2 บาทต่อซอง และบุหรี่นำเข้าเพิ่มขึ้นประมาณ 2-3 บาทต่อซอง นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ผลจากการปรับเพิ่มอัตราภาษีสุราและยาสูบดังกล่าวเป็นอัตราที่เหมาะสม น่าจะช่วยให้ปริมาณการบริโภคสุราลดลงประมาณ 60-65 ล้านลิตรต่อปี และการบริโภคยาสูบประเภทซิกาแรตจะลดลงประมาณ 20 ล้านซองต่อปี อีกทั้งยังช่วยลดรายจ่ายของรัฐบาลด้านการรักษาผู้ป่วยด้วย ขณะเดียวกัน ส่งผลให้รัฐบาลมีรายได้จากการปรับเพิ่มภาษี 2 ประเภท รวมเป็นเงิน 6,000 ล้านบาทต่อปี ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้รับประโยชน์ครั้งนี้ คือ เบียร์ ไวน์ สาโท อุ กระแช่ สปาย เนื่องจากต้องการสนองนโยบายรัฐที่ต้องการให้ประชาชนดื่มเหล้าดีกรีต่ำแทนดีกรีสูงที่ทำลายสุขภาพมากกว่า อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ได้มีการพิจารณาว่าจะปรับขึ้นภาษีเบียร์ด้วย แต่พบว่าขณะนี้เบียร์ ซึ่งจัดเก็บภาษีตามมูลค่าเมื่อแปรมาเป็นการจัดเก็บตามปริมาณจ่ายภาษีสูงกว่าเหล้ากลั่นอยู่กว่า 320 บาทต่อลิตร อีกทั้งดีกรีเบียร์ก็ต่ำกว่าเหล้ากลั่นหรือเหล้าขาวอยู่แล้ว จึงไม่มีการปรับขึ้นภาษีในครั้งนี้ ซึ่งอาจมีผลต่อพฤติกรรมการดื่มของประชาชนบ้าง โดยผู้บริโภคอาจหันมาดื่มเบียร์เพิ่มขึ้น ด้านนายวิโรจน์ จันทรโมลี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายสุราขาวและเหล้าสี เช่น แม่โขง แสงโสม กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับภาษีสุรา ซึ่งเบื้องต้นเมื่อภาษีเพิ่มขึ้นก็จำเป็นต้องปรับราคาขายตามต้นทุนที่สูงขึ้นไปด้วย แต่คงต้องขอดูหลักการที่ชัดเจนก่อนจึงจะตอบได้ว่าจะปรับขึ้นเมื่อใด และจำนวนเท่าใด เพราะต้องคำนวณตัวเลขตามสูตรก่อน โดยบริษัทเตรียมเรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ เพื่อประเมินสถานการณ์ และหารือถึงการปรับราคาสินค้าก่อนตัดสินใจ “เรายังไม่ได้คำนวณว่าการขึ้นภาษีในครั้งนี้จะต้องปรับราคาขึ้นเท่าไร เพราะต้องรอผลการประชุมอีกครั้ง แต่ยอมรับว่าการขึ้นราคาสินค้าจะส่งผลให้ผู้บริโภคดื่มเหล้าลดลงอย่างแน่นอน” นายวิโรจน์ กล่าว ส่วนนายฉัตรชัย วิรัตนโยสินทร์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า การปรับขึ้นภาษีเหล้าขาวจาก 70 บาท เป็น 110 บาทต่อลิตรต่อปริมาณแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 100% แสดงให้เห็นชัดว่ามีการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจเหล้าขาว เนื่องจากการปรับราคาน้อยกว่าที่ควรจะเป็นเมื่อเทียบกับการจัดเก็บภาษีในเหล้ากลุ่มอื่นๆ และไม่ได้มีการนำเอาหลักการจัดเก็บภาษีตามดีกรีแอลกอฮอล์มาใช้ในการปรับภาษีครั้งนี้ ส่งผลให้การปรับภาษีเหล้าขาวดังกล่าวไม่ได้เอื้อให้อุตสาหกรรมมีการแข่งขันภายใต้กฎเกณฑ์กติกาเดียวกัน “การปรับภาษีครั้งนี้ แสดงให้เห็นชัดว่ายังมีการอุ้มผู้ประกอบการบางราย ที่ใช้เรื่องของเหล้าชุมชนมาบังหน้า เพราะราคาที่แท้จริงควรอยู่ที่ 240 บาทต่อลิตร เป็นอย่างน้อย เพราะเหล้าในกลุ่มอื่นๆ เสียภาษีสูงกว่ามาก ซึ่งทำให้ยังมีความได้เปรียบในการแข่งขัน” นายฉัตรชัย กล่าว ขณะที่ น.ส.ศนิตา คาจิจิ รองประธานกรรมการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ดิอาจิโอ โมเอท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและทำตลาดเหล้ายี่ห้อตระกูลจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ กล่าวว่า การที่ ครม.อนุมัติให้มีการปรับภาษีเหล้าเพิ่มขึ้น จะส่งผลต่ออุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการทำตลาดของสินค้าในกลุ่มนี้ ส่วนที่ผู้ประกอบการรายใดจะมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นหรือไม่ ก็อยู่ที่กลยุทธ์ของแต่ละบริษัทมากกว่าว่าจะนำกลยุทธ์ในเรื่องใดมาใช้ เพราะต้องมีการคำนึงถึงกฎเกณฑ์ที่ภาครัฐประกาศออกมาบังคับใช้ ด้าน นพ.บัณฑิต ศรไพศาล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา กล่าวถึงการขึ้นภาษีเหล้าว่า การปรับโครงสร้างภาษีเหล้าขึ้นถือว่าดี แต่ไม่ได้ดีมาก เนื่องจากมีการปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นการขึ้นแบบภาพลวงตา ไม่ได้ขึ้นเต็มเพดานอย่างที่กรมสรรพสามิตพยายามจะบอก โดยไปปรับขึ้นในมุมที่ไม่ได้ใช้มากกว่า ทำให้หากพิจารณาแล้วจะพบว่าทุกรายการสามารถเพิ่มขึ้นได้อีก เช่น สุราขาว ความจริงควรขึ้นภาษาตามปริมาณ จาก 110 บาท เป็น 400 บาท เพราะเหล้าชนิดอื่นขึ้นเต็มเพดานเป็น 400 บาทหมด แต่กรมสรรพสามิตเสนอเพิ่มขึ้นภาษีตามมูลค่าจากร้อยละ 25 เป็นร้อยละ 50 ทำให้ในเชิงปริมาณเหล้าขาวยังถูกกว่าสุราชนิดอื่นเช่นเดิม นอกจากนี้ ในส่วนที่ควรจะต้องปรับอัตราภาษีเพิ่ม คือ เบียร์ แต่ก็ไม่ปรับ อ้างว่าปรับขึ้นเต็มเพดานแล้ว แต่ความจริงอัตราภาษีตามมูลค่าของเบียร์อยู่ที่ ร้อยละ 55 สามารถปรับเพิ่มได้อีกเป็นร้อยละ 60 แต่ก็ไม่มีการปรับเพิ่มในส่วนนี้ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วมีผู้ดื่มเบียร์จำนวนมาก "สังคมยังต้องจับตามองต่อไป เพราะว่าการขึ้นภาษีสุราครั้งนี้ แม้ว่าจะดีที่ปรับขึ้น แต่ยังขึ้นไม่มากนัก เหมือนเป็นภาพลวงตาว่าได้ขึ้นแล้วเท่านั้น แต่ความจริงแล้วยังสามารถขึ้นได้อีกมาก จึงจะต้องช่วยกันจับตามอง เพื่อให้มีการปรับโครงสร้างภาษีสุราเพิ่มขึ้นอีก" นพ.บัณฑิต กล่าว --> ครม.ไฟเขียวปรับเพิ่มภาษีเหล้าขาวเท่าตัว รีดภาษีบุหรี่เต็มเพดาน หวังสกัดขี้เมา-สิงอมควัน ด้านผู้ประกอบการเตรียมหารือปรับราคา ติงรัฐไม่จริงใจในการขึ้นราคาเหล้าขาว ขณะที่ศูนย์วิจัย ปัญหาสุราระบุรัฐสร้างภาพลวงตาในการขึ้นภาษี เพราะขึ้นไม่เต็มเพดาน นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้มีการปรับอัตราภาษีสุราและยาสูบ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการควบคุมการบริโภคสุราและยาสูบให้อยู่ในระดับเหมาะสม และทำให้สะท้อนถึงความแรงของแอลกอฮอล์มากยิ่งขึ้น กระทรวงการคลังจึงดำเนินการปรับ ขึ้นอัตราภาษีสุราและยาสูบ ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ทันที ทั้งนี้ การปรับภาษีดังกล่าว ได้แก่ 1.สุราขาว จากเดิมจัดเก็บภาษีตามมูลค่าในอัตรา 25% และอัตราตามปริมาณ 70 บาทต่อลิตรแห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ เพิ่มขึ้นเป็นคิดตามมูลค่า 50% และเก็บตามปริมาณเพิ่มเป็น 110 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกสุราขาว 28-40 ดีกรี ขนาด 0.625 ลิตร เพิ่มขึ้นประมาณ 9-12 บาทต่อขวด 2.สุราผสม จากเดิมเก็บภาษีในอัตรา 50% และเก็บตามปริมาณ 240 บาทต่อลิตรแห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์นั้น ได้ปรับเพิ่มในส่วนของการเก็บตามปริมาณเป็น 280 บาทต่อลิตรแห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ ส่งผลให้ราคาขายปลีกสุราผสม 28-35 ดีกรี ขนาด 0.625 ลิตร เพิ่มขึ้นประมาณ 9-12 บาทต่อขวด 3.สุราพิเศษประเภทบรั่นดีจากเดิมเก็บภาษีตามมูลค่าในอัตรา 40% และจัดเก็บตามปริมาณ 400 บาทต่อลิตรแห่งแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ เพิ่มเฉพาะในส่วนของการจัดเก็บตามมูลค่าเป็น 45% ส่วนตามปริมาณคงเดิม ส่งผลให้ราคาขายปลีกบรั่นดี 38-40 ดีกรี ขนาด 0.640 ลิตร เพิ่มขึ้นประมาณ 0-91 บาทต่อขวด 4.ปรับเพิ่มค่าแสตมป์ยาสูบชนิดบุหรี่ซิกาแรต จากเดิมจัดเก็บตามมูลค่าที่ 79% เพิ่มเป็น 80% เต็มเพดาน ส่งผลให้ราคาขายปลีกบุหรี่ในประเทศเพิ่มขึ้นประมาณ 1-2 บาทต่อซอง และบุหรี่นำเข้าเพิ่มขึ้นประมาณ 2-3 บาทต่อซอง นายวิสุทธิ์ กล่าวว่า ผลจากการปรับเพิ่มอัตราภาษีสุราและยาสูบดังกล่าวเป็นอัตราที่เหมาะสม น่าจะช่วยให้ปริมาณการบริโภคสุราลดลงประมาณ 60-65 ล้านลิตรต่อปี และการบริโภคยาสูบประเภทซิกาแรตจะลดลงประมาณ 20 ล้านซองต่อปี อีกทั้งยังช่วยลดรายจ่ายของรัฐบาลด้านการรักษาผู้ป่วยด้วย ขณะเดียวกัน ส่งผลให้รัฐบาลมีรายได้จากการปรับเพิ่มภาษี 2 ประเภท รวมเป็นเงิน 6,000 ล้านบาทต่อปี ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้รับประโยชน์ครั้งนี้ คือ เบียร์ ไวน์ สาโท อุ กระแช่ สปาย เนื่องจากต้องการสนองนโยบายรัฐที่ต้องการให้ประชาชนดื่มเหล้าดีกรีต่ำแทนดีกรีสูงที่ทำลายสุขภาพมากกว่า อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ได้มีการพิจารณาว่าจะปรับขึ้นภาษีเบียร์ด้วย แต่พบว่าขณะนี้เบียร์ ซึ่งจัดเก็บภาษีตามมูลค่าเมื่อแปรมาเป็นการจัดเก็บตามปริมาณจ่ายภาษีสูงกว่าเหล้ากลั่นอยู่กว่า 320 บาทต่อลิตร อีกทั้งดีกรีเบียร์ก็ต่ำกว่าเหล้ากลั่นหรือเหล้าขาวอยู่แล้ว จึงไม่มีการปรับขึ้นภาษีในครั้งนี้ ซึ่งอาจมีผลต่อพฤติกรรมการดื่มของประชาชนบ้าง โดยผู้บริโภคอาจหันมาดื่มเบียร์เพิ่มขึ้น ด้านนายวิโรจน์ จันทรโมลี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายสุราขาวและเหล้าสี เช่น แม่โขง แสงโสม กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับภาษีสุรา ซึ่งเบื้องต้นเมื่อภาษีเพิ่มขึ้นก็จำเป็นต้องปรับราคาขายตามต้นทุนที่สูงขึ้นไปด้วย แต่คงต้องขอดูหลักการที่ชัดเจนก่อนจึงจะตอบได้ว่าจะปรับขึ้นเมื่อใด และจำนวนเท่าใด เพราะต้องคำนวณตัวเลขตามสูตรก่อน โดยบริษัทเตรียมเรียกประชุมผู้บริหารระดับสูงในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ เพื่อประเมินสถานการณ์ และหารือถึงการปรับราคาสินค้าก่อนตัดสินใจ “เรายังไม่ได้คำนวณว่าการขึ้นภาษีในครั้งนี้จะต้องปรับราคาขึ้นเท่าไร เพราะต้องรอผลการประชุมอีกครั้ง แต่ยอมรับว่าการขึ้นราคาสินค้าจะส่งผลให้ผู้บริโภคดื่มเหล้าลดลงอย่างแน่นอน” นายวิโรจน์ กล่าว ส่วนนายฉัตรชัย วิรัตนโยสินทร์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า การปรับขึ้นภาษีเหล้าขาวจาก 70 บาท เป็น 110 บาทต่อลิตรต่อปริมาณแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ 100% แสดงให้เห็นชัดว่ามีการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจเหล้าขาว เนื่องจากการปรับราคาน้อยกว่าที่ควรจะเป็นเมื่อเทียบกับการจัดเก็บภาษีในเหล้ากลุ่มอื่นๆ และไม่ได้มีการนำเอาหลักการจัดเก็บภาษีตามดีกรีแอลกอฮอล์มาใช้ในการปรับภาษีครั้งนี้ ส่งผลให้การปรับภาษีเหล้าขาวดังกล่าวไม่ได้เอื้อให้อุตสาหกรรมมีการแข่งขันภายใต้กฎเกณฑ์กติกาเดียวกัน “การปรับภาษีครั้งนี้ แสดงให้เห็นชัดว่ายังมีการอุ้มผู้ประกอบการบางราย ที่ใช้เรื่องของเหล้าชุมชนมาบังหน้า เพราะราคาที่แท้จริงควรอยู่ที่ 240 บาทต่อลิตร เป็นอย่างน้อย เพราะเหล้าในกลุ่มอื่นๆ เสียภาษีสูงกว่ามาก ซึ่งทำให้ยังมีความได้เปรียบในการแข่งขัน” นายฉัตรชัย กล่าว ขณะที่ น.ส.ศนิตา คาจิจิ รองประธานกรรมการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ดิอาจิโอ โมเอท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและทำตลาดเหล้ายี่ห้อตระกูลจอห์นนี่ วอล์กเกอร์ กล่าวว่า การที่ ครม.อนุมัติให้มีการปรับภาษีเหล้าเพิ่มขึ้น จะส่งผลต่ออุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการทำตลาดของสินค้าในกลุ่มนี้ ส่วนที่ผู้ประกอบการรายใดจะมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นหรือไม่ ก็อยู่ที่กลยุทธ์ของแต่ละบริษัทมากกว่าว่าจะนำกลยุทธ์ในเรื่องใดมาใช้ เพราะต้องมีการคำนึงถึงกฎเกณฑ์ที่ภาครัฐประกาศออกมาบังคับใช้ ด้าน นพ.บัณฑิต ศรไพศาล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยปัญหาสุรา กล่าวถึงการขึ้นภาษีเหล้าว่า การปรับโครงสร้างภาษีเหล้าขึ้นถือว่าดี แต่ไม่ได้ดีมาก เนื่องจากมีการปรับขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นการขึ้นแบบภาพลวงตา ไม่ได้ขึ้นเต็มเพดานอย่างที่กรมสรรพสามิตพยายามจะบอก โดยไปปรับขึ้นในมุมที่ไม่ได้ใช้มากกว่า ทำให้หากพิจารณาแล้วจะพบว่าทุกรายการสามารถเพิ่มขึ้นได้อีก เช่น สุราขาว ความจริงควรขึ้นภาษาตามปริมาณ จาก 110 บาท เป็น 400 บาท เพราะเหล้าชนิดอื่นขึ้นเต็มเพดานเป็น 400 บาทหมด แต่กรมสรรพสามิตเสนอเพิ่มขึ้นภาษีตามมูลค่าจากร้อยละ 25 เป็นร้อยละ 50 ทำให้ในเชิงปริมาณเหล้าขาวยังถูกกว่าสุราชนิดอื่นเช่นเดิม นอกจากนี้ ในส่วนที่ควรจะต้องปรับอัตราภาษีเพิ่ม คือ เบียร์ แต่ก็ไม่ปรับ อ้างว่าปรับขึ้นเต็มเพดานแล้ว แต่ความจริงอัตราภาษีตามมูลค่าของเบียร์อยู่ที่ ร้อยละ 55 สามารถปรับเพิ่มได้อีกเป็นร้อยละ 60 แต่ก็ไม่มีการปรับเพิ่มในส่วนนี้ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วมีผู้ดื่มเบียร์จำนวนมาก "สังคมยังต้องจับตามองต่อไป เพราะว่าการขึ้นภาษีสุราครั้งนี้ แม้ว่าจะดีที่ปรับขึ้น แต่ยังขึ้นไม่มากนัก เหมือนเป็นภาพลวงตาว่าได้ขึ้นแล้วเท่านั้น แต่ความจริงแล้วยังสามารถขึ้นได้อีกมาก จึงจะต้องช่วยกันจับตามอง เพื่อให้มีการปรับโครงสร้างภาษีสุราเพิ่มขึ้นอีก" นพ.บัณฑิต กล่าว [TABLE align=center][TBODY][/TBODY][/TABLE] [/TD][/TR][/TBODY][/TABLE]-------------------------------------------------- ตอรแรกนึกว่าบุหรี่จะขึ้นราคาเหี้ยมๆ แต่ขึ้นติ๊ดนึง ใครจะเก็บ vodka รีบๆเข้านะครับ เพราะไม่รู้มีผลเปล่า เพราะถ้ามีผลราคาพวกยี่ห้อดีๆนี่ราคาคงจะไปโหด ผมเก็บมาแล้ว 2 ลิตร ใครจะไปนอกไม่ซื้อเหล้าก็ จะขอฝากอีกคับ อยากได้อีกซัก 2 ขวด ถ้าใครจะซื้อ vodka ก็แนะนำซื้อแบบนี้นะครับ ซื้อ Dutyfree ลิตรละ 550 บาท ถ้าซื้อในไทย 0.75 ขวดละ 700 ปลายๆถ้ารถแปลกๆมี 800 up ซื้อที่รางน้ำหรือสนามบินไม่เกิน 20000 ฝากไว้ได้ มารับตอนบินกลับมาไทยแล้ว อ๋อลืมบอกถือเข้าได้คนละขวดนะครับ ไม่เกินลิตรด้วย เกินกว่านั้นโดนยึดคับ
ทำมัยต้องเอาชื่อกรูเข้าไปด้วยวะ..ฮ้วย... ก็ดีแล้วขึ้นเข้าไป.....แน่จิงว่างๆก็ขึ้นอีกนะ 555 กรูหาเหล้าหนีภาษีกินดีก่า.......แก้บๆๆๆ
ขึ้น อีกก็ แชร์ กันเพิ่ม ดิ D ป๊ะ:wink: ฮะๆ :biggrin: จน เครียจ กินเหล้า ไม่จน ไม่เครียจ ก็ กินเหล้า เพราะเหล้าพาผมมามีงานทำและเพื่อนๆมากมายอย่างี้ไง ฮะๆ:biggrin: :smile: :wink: น้องเหล้าโซดาล้วนท่วมๆน้าแข็ง ทุกแก้ว ปล.เอ๊าชน.........หมดแก้ว.........:biggrin: