ปรับบูตไฟฟ้าด้วยตนเองด้วยงบไม่ถึง1,000บาท รายละเอียดอุปกรณ์ 1.Line Pressure Regulator3.4bar = 800บาท(ลักษณะตามรูปที่1เลยครับผม) ด้วยความบังเอิญไปซื้ออุปกรณ์ทำงานเกี่ยวกับเดินท่อแก๊สในห้องแล็บมีอุปกรณ์ตัวนี้ขายพอดีเลยครับจึงสอยมาทดลองซะ1ตัว 800บาทไม่รวมVat 2.Pressure Solenoid Valve=70บาท(ตามรูปที่2และ3ครับ) ช่วงเสาร์-อาทิตย์ไปไปเดินตลาดนัดกรมชลฯได้ตัวPressure Solenoid Valve(normal Open หมายความว่าหากเอาปากเป่าตอนยังไม่ได้ป้อนไฟจะมีลมออกอีกด้านหนึ่งครับ แต่เมื่อต่อไฟเข้าไปที่ตัวมันแล้ววาล์วภายในจะปิดทันทีส่งผลให้เป่าไม่ออก..อิๆ)ที่ซื้อมาเป็นของMitsubishiมา(หาเลือกๆดูเอารูแรงดันใหญ่ๆหน่อยนะ มีเพียบเลยครับ ตามรูปที่2ผมลองเอามาต่อไฟลองดูครับว่าทำงานหรือเปล่า) 3.สามทาง=2ตัว+ที่รัดสาย=6อัน 4.สวิตช์ On-Off = 1 ตัว อันนี้หาเอาเศษที่เหลือในบ้านเอาครับ 5.สายไฟ(เอาไว้ต่อOn/Off Solenoid Valve) งั้นเรามาเริ่มทดลองเลยครับด้วยการไปตัดสายPressureที่ต่อเข้ากระปุกWaste gate(ก่อนเข้าWaste gateนะครับ)ออกแล้วเอาLinen Pressure Regulator3.4bar ใส่เข้าไปครับ(ตามรูปที่4 และรูปที่5คือต่อเสร็จแล้วครับ) 1.การทดลอง เพื่อหาค่าบูตที่เราต้องการจะตั้งไว้ว่าเราต้องการตั้งที่เท่าไร(จะตั้งไว้กี่บาร์)(ขั้นตอนนี้อาจจะใช้เวลาหน่อยนะครับ)ด้วยการปรับLine Pressure Regulatorไปเรื่อยๆ คลายมากอากาศยิ่งผ่านได้น้อย(ตามอุปกรณ์ที่เราซื้อมาครับ)นั่นหมายถึงว่าแรงดันอากาศที่จะส่งผ่านมายังตัวWaste gateก็จะน้อยตามไปด้วยในตอนเหยียบคันเร่งมากๆส่งผลให้อัตราบูตมากขึ้นเพราะWaste gate เปิดน้อย(ศึกษาการทำงานของWaste gateเพิ่มเติมเอานะครับ)เราก็คอยปรับตั้งตัวLine Pressure Regulatorไปเรื่อยๆจนกว่าเราได้อัตราบูตที่เราพอใจ(ดูเกจวัดบูตที่เรามีในรถนะครับของผมตั้งไว้20psi=1.3Bar)เป็นอันเสร็จสิ้นครับ 2.ต่ออุปกรณ์ ก็ทำการต่อPressure Solenoid Valveคร่อมLine Pressure Regulator(ตามรูปที่ึ7และรูปที่8เมื่อต่อเสร็จแล้วแต่ว่าสายมันยาวไปหน่อยผมก็ลยตัดให้มันสั้นๆดูสวยงามนิดนึงครับ) เพื่อตอนที่เราไม่ต้องการบูตมากเราก็ให้อากาศผ่านWaste gateปรกติตามสเป็กโรงงานโดยผ่านPressure Solenoid Valve(Normal Open)เข้าWaste gateโดยตรง(อากาศจะหาทางผ่านไปยังอุปกรณ์Waste gateที่ดีที่สุดนั่นคือผ่านมาทางPressure Solenoid Valve(Normal Open)เข้าWaste gate)แทน แต่ถ้าหากว่าเราจอดติดไฟแดงพร้อมกับรถข้างๆที่เบิ้นเครื่องวู่น!วู่น!วู่น!เราก็กดสวิตช์เพื่อป้อนไฟเข้าไปที่Pressure Solenoid Valve(ลักษณะขั้วของPressure Solenoid Valve ตามรูปที่9ครับ)การทำงานก็คือPressure Solenoid Valveก็จะปิด ทำให้อากาศไม่สามารถไหลผ่านPressure Solenoid Valve(Normal Open)เข้าWaste gateโดยตรงได้อีกต่อไป(Pressure Solenoid Valve(OFF) อากาศจะไหลผ่านLine Pressure Regulatorที่เราตั้งไว้ตั้งแต่ต้นเข้าสู่Waste gateแทน(ของผมตั้งไว้20psi=1.3Bar)ทีนี้ผมขอสรุปผลการทดลองเลยละกันครับ สรุป จากการทดลองนี้ด้วยงบไม่ถึง1,000บาทผมไม่สามารถถ่ายรูปตอนที่บูตทำงานมาฝากพี่ๆเพื่อนๆสมาชิกได้เพราะตูดรถผมมันส่ายเป็นงูพันอยู่ที่หางว่าวเลยครับ อันตรายเหมือนกันระวังหน่อยนะครับ ก็จบไปอีก1การทดลองครับ อิๆการทดลองคราวนี้ไม่ได้จิบเบียร์เย็นๆเลยครับ กลัวคุมรถไม่อยู่อิๆ
ลักษณะการทำงานตามรูปครับรูปแรกคือปรกติเมื่อPressure Solenoid Valveยังไม่ได้ทำงาน(normal open)อากาศจะไหลผ่านอุปกรณ์ตัวนี้ไปได้ครับ แต่ถ้าหากPressure Solenoid Valveทำงานอากาศก็จะไหลผ่านไม่ได้แต่จะไหลผ่านLine regulatorแทนครับตามรูปที่2ครับ
จขกท. จะขายรถแล้วไม่ใช่เหรอ อิอิ จะออกรถขายกาแฟ ลองปรึกษาไอเอ็กซ์ ( A31454 ) 0812075422 ดูดิ มันทำอยู่แบงค์ออมสิน กู้สินเชื่อเพื่อเป็นเจ้าของกิจการมันกู้ได้นะ
ขอบคุณมากครับพี่ออย ก็ตั้งใจว่าจะขายแต่มานึกอีกทีก็เสียดายเหมือนกัน ขายไม่ได้ก็เก็บไว้ใช้เองล่ะครับ(พี่เขยบอกว่าขออย่าให้ขายได้ ผมก็ว่างั้นแหละอิๆ ขับอะไรก็ไม่สบายใจเท่าขับเซฟ)